บทความทั้งหมด

ปรับปรุงล่าสุด 17/12/2563
ปลูกมัลเบอร์รี่ยังไงให้ลูกดก

ปลูกมัลเบอร์รี่ยังไงให้ลูกดก

  •  6 ธันวาคม 2562

ปลูกหม่อนยังไงให้ได้ "ลูกดก" หลายคนสงสัยและอยากรู้จริงๆ

จะว่าง่ายก็ไม่ง่าย (สำหรับมือใหม่) จะว่ายาก ไม่ไม่ยากไปสำหรับทุกคนที่รักการปลูกต้นไม้จริงๆค่ะ

ช่วงปลายปี เป็นช่วงที่มัลเบอร์รี่ออกลูกเยอะที่สุด สมบูรณ์ที่สุด สำหรับคนที่ปลูกมาเกิน 1 ปีแล้วนะคะ เพราะเป็นฤดูของมัลเบอร์รี่จริงๆ ไม่นับรวมการบังคับออกนอกฤดู 

มัลเบอร์รี่ หรือ ลูกหม่อน

ป็นพืชที่ปลูกได้ทั่วไป ทนแล้งได้ดีระดับนึง มีความอดทนแข็งแรง และ ไม่ค่อยล้มตายง่ายๆ ให้ผลตลอดทั้งปี หรืออย่างน้อย ปีละ 2 รอบ สรรพคุณทานสดได้เลย เป็นทั้งผลไม้และยาในครั้งเดียวกัน (สรรพคุณมีในบทความทั่วไป) คนจึงนิยมปลูกไว้ที่บ้านเพื่อเก็บลูกรับประทานกัน เพราะลูกหม่อนมีผิวบาง ช้ำง่าย ขนส่งลำบาก จึงไม่ค่อยพบเจอคนนำลูกสดมาขายกันทั่วไป ยกเว้นตามงานแสดงสินค้าเฉพาะด้าน เช่น สุขภาพ ออแกนิค ท่องเที่ยว เป็นต้น และหลายคนสงสัยทำไมปลูกที่บ้านแล้วมันไม่ออกลูกดกเหมือนกับที่เห็นในอินเตอร์เน็ตเลยหนอ อันนี้เราพิสูจน์กับสวนของเรา และ ลงมือทำเองแล้วสรุปง่ายๆพอเข้าใจได้อย่างนี้ค่ะ 

สาเหตุที่พบบ่อยๆ 

1. อายุต้นน้อยเกินไป ไม่ถึง 8 เดือน หรือ 12 เดือน 

2. ขาดการบำรุงดูแลสม่ำเสมอ ทั้งการรดน้ำ หรือ บำรุงปุ๋ย 

3. ขาดการตัดแต่งกิ่งที่ถูกวิธี 

4. ปลูกระยะชิดเกินไป หรือ ปลูกในพื้นที่น้อยเช่นในกระถาง 

คำแนะนำ 

1. ถ้ามีพื้นทีมากพอ แนะนำให้ปลูกลงดินนะคะ ระยะที่ดี คือ 4x4 เมตร ต่อต้น แต่ถ้าไม่พอ ก็ควรเว้นระยะอย่างน้อย 1.5-2 เมตร

2. รดน้ำพอชุ่มช่ำ วันละครั้ง หรือ วันเว้นวันก็ได้ 

3. พรวนดินทุกเดือน พร้อมกับใส่ปุ๋ยมูลสัตว์ หรือ มูลไส้เดือน เทคนิคการใส่ปุ๋ยคือ ถ้าต้นโตแล้ว สูงขนาด 1 เมตร อย่าใส่ชิดโคนต้นเกินไป ให้เว้นระยะจากโคนต้นประมาณ 30-50 ซม 

4. ก่อนถึงฤดูออกผลในเดือน พฤศจิกายน-ธันวาคม เราควรเริ่มตัดแต่งกิ่งประมาณ เดือน กันยายน โดยตัดกิ่งแขนงเล็กๆออก เหลือแค่กิ่งหลักๆเพียงกิ่งเดียว ควรเลือกกิ่งที่มีขนาดใหญ่พอสมควรและมีสีน้ำตาลแล้วเป็นกิ่งหลัก ส่วนกิ่งแขนงที่เพิ่งออกมาสามารถตัดริดออกได้เลย 

5. โน้มกิ่งให้โค้งลงพื้น บางคนจะทำซุ้มโดยการโยงกิ่งเข้าหากันระหว่างแถว หรือ ต้นที่ปลูกก็ได้ หากปลูกต้นเดียว ก็โน้มกิ่งเข้าหารั้ว หลักยึด หรือ ลำต้นก็ได้เช่นกัน 

6. ช่วงโน้มกิ่งใหม่ยังไม่ต้องรดน้ำ 7 วัน รอจนแตกตาออกมาแล้ว จึงค่อยรดน้ำให้ชุ่มช่ำ ช่วงนี้รดน้ำเป็นประจำ จะช่วยให้ลูกอวบใหญ่ขึ้น รวมถึงการใส่ปุ๋ยมูลไส้เดือน ช่วยให้ลูกมีรสชาติดี และ ดกมากขึ้น บางที นิยมทำน้ำหมักชีวภาพช่วยเสริมรสชาติอีกทางก็ได้เช่นกัน 

เทคนิคเสริม 

1. การตัดแต่งกิ่ง ควรตัดแต่งให้ต้นไม่สูงมาก ขนาดความสูงเท่าคนที่ดูแลจะดีมาก ง่ายในการเก็บลูก และ ตัดแต่งกิ่งแขนง

2. การเก็บลูกหม่อน ควรเก็บตอนเช้า หลังจากน้ำค้างหมดแล้ว ไม่ควรเก็บลูกในขณะที่ผลเปียก หรือ มีความชื้น จะทำให้เน่าเสียง่าย หรือ ขึ้นราเร็ว 

3. ไม่ควรตัดกิ่งหม่อนจนกุด บ่อยๆ ตามความเชื่อว่า ตัดกิ่งบ่อยๆจะได้ลูกเร็วๆ ได้ลูกเร็วจริงๆ แต่ลูกที่ออกมาถี่ๆจะไม่สมบูรณ์ และ ได้ผลผลิตน้อยกว่าการปล่อยกิ่งเก็บสะสมอาหารแล้วโน้มกิ่งนะคะ

4. ช่วงติดผล อาจให้ปุ๋ยมูลไส้เดือนชนิดน้ำแทนการให้ปุ๋ยปกติก็ได้ ต้นจะดูดซึมไวได้ดีขึ้น 

การดูแลรักษาลูกหม่อนที่เก็บแล้ว 

1. ไม่ควรล้างแล้วเก็บ ถ้าจำเป็นต้องล้าง ให้พึ่งลมให้แห่งสนิทก่อนบรรจุ 

2. ไม่ควรใส่ลูกหม่อนทับกันหลายชั้นมาก เพราะจะทำให้ผิวช้ำแตก และเน่าเสียง่าย 

3. เก็บไว้ในตู้เย็นในภาชนะปิดสนิท ได้ 3-5 วัน 

4. ถ้าผลผลิตเยอะมาก แนะนำให้บรรจุถุงเย็นขนาด 1 กิโล แล้ววางแนวนอน ไม่ให้ลูกทับกันหนามาก จะโดนความเย็นไม่ทั่วถึง 

 

หมายเหตุ 

ต้นหม่อนมีอายุยืนยาวเป็นสิบปี หรือ มากกว่านั้น ลำต้นจะสูงใหญ่ไปเรื่อยๆ เท่ากับต้นมะม่วง การปลูกลงดินควรเลือกทำเลดีๆอย่าชิดรั้วหรือท่อเกินไป รากจะทำให้เกิดปัญหาได้ในอนาคต หากปลูกในกระถาง ก็ต้องเปลี่ยนขนาดกระถางให้สมดุลกับลำต้นตลอด และ ขยันตัดแต่งกิ่งเป็นประจำไม่ให้กิ่งสูงใหญ่ จนดูแลยาก  

 

**สำหรับมือใหม่หัดปลูก ข้อสำคัญนอกจากความเอาใจใส่แล้วยังต้องเพิ่มความอดทนใจเย็นสักนิดนะคะ ปลูกไปสัก 8-12 เดือน เห็นลูกออกมาสวยงามแน่นอน**